ฉบับ : [SF] SPOILED

posted on 22 Jan 2012 20:21 by katziiez
“พี่...คีย์ซื้อตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่นให้แล้วนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ตอนเช้าจะเข้าไปปลุกที่ห้องแล้วกัน”
หือ? ผมหูฝาดไปหรือเปล่าครับ...เมื่อกี๊คีย์เพิ่งบอกว่าเขาซื้อตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่นให้ผมแล้วใช่มั๊ย? ผมมองคนตัวบางที่ลากเท้าเดินเข้าไปในครัวตาปริบๆ เอ่อ...คือทำอะไรก็ควรจะปรึกษากันบ้าง อาจเพราะเขาเห็นว่าตอนนี้มีเวลาว่างก็เลยมัดมือชกลากผมไปญี่ปุ่นกับเขาซะอย่างนั้น ว่าแต่ไปตั้งหลายครั้งแล้วไม่เบื่อหรือยังไงนะ...อุตส่าห์มีวันว่างทั้งทีผมก็อยากนอนอยู่หอเฉยๆบ้างอ่ะครับ

“เออ...ลืมบอกไป ตั๋วอ่ะไม่ได้ซื้อให้ฟรีนะ เดี๋ยวเอาเงินคืนคีย์ด้วยนะพี่”

พูดจบก็ถือแก้วเซรามิคที่คงบรรจุชานมอุ่นๆที่เขาชอบดื่มเดินเข้าห้องไปทันที...ยังไม่ทันพูดกันให้รู้เรื่องเลย ผมถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วจึงยิ้มกับตัวเอง ผมกับคีย์ไม่ได้ไปไหนมาไหนด้วยกันแค่สองคนมานานแล้ว และคนที่รับเคราะห์แทนผมก็คงเป็นมินโฮล่ะมั้ง เพราะบางทีทำงานมาเหนื่อยๆผมก็อยากจะพัก แต่สำหรับคนที่มีพลังงานเหลือเฟือแบบคีย์ ถ้าอยากจะไปไหนก็ต้องไปให้ได้ แต่ก่อนที่เขาจะลากมินโฮไปได้ ก็ต้องทะเลาะกับผมก่อนทุกทีล่ะ งอนไปเป็นวันๆเลยล่ะครับ แต่คนๆนี้ง้อง่ายนะ...แค่บอกว่าจะพาไปซื้อของก็เดินตามมาง่ายๆเหมือนไม่เคยโกรธกันมาก่อน แต่ช่วงนี้พอกลับมาเกาหลีแล้ว สมาชิกในวงก็เริ่มมีงานเข้ามาเรื่อยๆ อย่างน้องเล็กของวงก็ต้องไปอัดรายการ มินโฮก็มีละครซิทคอม ส่วนพี่อนยู...รายนี้ถึงมีงานหรือไม่มี คีย์ก็คงไม่กล้ารบกวนเวลาของลีดเดอร์หรอก...สุดท้ายก็ผม...คิมจงฮยอน ผู้ที่โดนน้องชายคนดีบังคับให้ไปเดินเล่นที่ญี่ปุ่นในวันพรุ่งนี้โดยไม่ทันตั้งตัว

 

 

“พี่จงฮยอนตื่นได้แล้ว...” อือ...รำคาญ คนจะนอน บาปนะรบกวนคนกำลังนอนเนี่ย... “ตื่นเดี๋ยวนี้ คีย์ไม่อยากตกเครื่องนะ”

“อือ...พี่จะนอนน่ะคีย์”

“ไม่ใช่ตอนนี้...ไว้ค่อยกลับมานอน” ปลุกด้วยคำพูดดูเหมือนจะไม่พอ มือบางดึงผ้าห่มที่คลุมตัวผมอยู่ออก ก่อนจะเขย่าตัวผมจนหัวสั่นหัวคลอน...ไม่ตื่นก็ต้องตื่นล่ะคราวนี้ อยากเหวี่ยงใส่คีย์ที่สุดเลยครับ แต่พอบังคับให้เปลือกตาหนักๆเปิดขึ้นได้แล้วเห็นคนที่รบกวนการนอนของผมยืนกอดอกพร้อมกับทำหน้าบึ้งอยู่ข้างเตียงเท่านั้นแหละ...

“ครับๆ ตื่นก็ได้ครับ...ไปรอข้างนอกไป ชงกาแฟให้พี่ด้วยนะ”

“โอเค...” เขารับคำแต่ก็ยังยืนอยู่ที่เดิม พอเห็นผมลุกจากเตียง เก็บที่นอน แล้วหยิบผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำ เขาจึงยอมเดินออกจากห้องของผมไป

พออาบน้ำ แต่งตัว เสริมหล่อเสร็จแล้วเดินออกมาจากห้องไปยังห้องครัว ก็เห็นคีย์นั่งเท้าคางอยู่ที่โต๊ะอาหาร ผมจึงเดินไปเลื่อนเก้าอี้ที่อยู่ข้างๆน้องแล้วนั่งลงข้างกัน มือขาวๆเลื่อนแก้วกาแฟและจานที่มีแซนวิชง่ายๆมาให้ผม

“คีย์ไม่กินเหรอ?”

“กิน...ก็นี่แหละคนละชิ้น เดี๋ยวคีย์ไปซื้อกาแฟข้างนอกเอา อยากกินอเมริกาโนขมๆอ่ะ” พูดจบแล้วก็หยิบแซนวิชในจานไปชินหนึ่ง... “รองท้องไปก่อน ไว้ค่อยไปกินที่นู่นทีเดียวเลยก็แล้วกันเนอะ”

“แต่พี่หิวอ่ะคีย์...” จริงๆนะครับ...ไม่ได้อยากจะกวนประสาทคีย์เลยสักนิด ก็ตอนแรกผมคิดว่าแซนวิชสองชิ้นในจานนั่นเป็นของผมหมดเลยนี่นา

“ก็ไปกินที่ญี่ปุ่นไง...” หน้าตึงเลยทีเดียว...ผมเลยก้มหน้าก้มตากินแซนวิชพร้อมกับจิบกาแฟที่คีย์ทำให้แก้หิวไป ส่วนคนที่กินเสร็จแล้วก็เดินไปหยิบกระเป๋าถือมาเช็คของว่าลืมอะไรหรือเปล่า... “เออ passport ของพี่อยู่กับผมนะ ไว้ค่อยเอาให้ที่สนามบินทีเดียวแล้วกัน”

มาถึงขั้นนี้แล้วก็คงต้องตามน้ำแล้วล่ะครับ!!!

พอเตรียมของเรียบร้อยแล้ว ผมกับคีย์ก็ลงมาจากหอพักแล้วโบกแท็กซี่ไปสนามบินทันที แอบหันไปมองคนที่นั่งอยู่ข้างๆ รู้สึกจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษนะ จนถึงตอนนี้ผมยังไม่รู้เลยว่าจะไปทำอะไรที่ญี่ปุ่นในวันนี้ดี แต่ที่คิดเอาไว้...คีย์คงต้องพาผมเดินจนขาลากแน่ๆ เอาเถอะครับ...ถือว่าเป็นเพื่อนน้องไปเดินเล่นสักวันก็ดีเหมือนกัน...ผมจะใช้วันว่างวันนี้กับคีย์ให้มีความสุขก็แล้วกัน

อาจเป็นเพราะผมกับคีย์ออกมาเงียบๆก็เลยไม่มีแฟนคลับรู้ว่าพวกเรากำลังจะไปญี่ปุ่นกัน แต่ผมว่าสุดท้ายแล้วแฟนๆก็ต้องรู้อยู่ดี เพราะคงมีแฟนคลับที่ญี่ปุ่นที่เจอพวกเรารายงานความเคลื่อนไหวผ่านทางโซเชียลเนตเวิร์คอยู่แล้วล่ะ แต่เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน ไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับผมกับคีย์อยู่แล้วครับ : )

แล้วพอขึ้นเครื่องบินมาคนที่จัดทริปนี้ก็หลับเซฟแรงเลยนะ ไม่ต้องเดาให้ยาก...คีย์ก็ใช้ไหล่ของผมต่างหมอนเหมือนที่ผ่านมานั่นแหละ เล่นเกมส์ในไอพอดแพ้ตลอดเพราะขยับมากไม่ได้ เพราะกลัวน้องตื่นมาโวยวายใส่น่ะครับ ชีวิตเศร้าจริงๆ...นอกจากไม่กล้าดุน้องคนนี้แล้ว ผมยังกลัวน้องเหวี่ยงใส่ด้วย ก็คีย์โหมดนี้มันน่ากลัวมากเลยนี่นา ถ้าเลือกได้ก็ขอคีย์โหมดน่ารักขี้อ้อนดีกว่าครับ แหะๆๆๆๆ

ทริปนี้คีย์เป็นคนจัดการทุกอย่างเลยครับ ผมเดินตามน้องอย่างเดียว ไม่ว่าจะเดินเข้าร้านไหน จะแวะกินอะไรก็ตามใจคีย์ทั้งหมด แถมคีย์ยังใจดีเลี้ยงข้าวผมด้วยนะคุณ...วันนี้น่ารักนะ แต่ผมว่าเบื้องหลังความน่ารักของน้อง มันต้องมีอะไรน่ากลัวซ่อนอยู่แน่นอน...

“พี่ดูดิ...อันนี้สวยป่ะ?” เสียงใสเอ่ยถามขึ้น ทำให้ผมต้องหันไปมองตาม คีย์ถือเสื้อแจ็คเก็ตสีเข้มที่มี tag เท่ๆติดเพิ่มความเก๋ให้เสื้อตัวนั้น คุณก็รู้...คีย์ไม่ค่อยใส่อะไรที่เรียบๆหรอก จริงมั๊ย?

“อือ สวยดี...ว่าแต่นี่ก็เดินมาหลายร้าน แล้วก็ถามพี่ทุกร้านอ่ะ ไม่ซื้อสักทีล่ะ?”

“ก็จะซื้อนี่ไง...” ไม่ปกติแล้วครับ...แล้วทำไมจะต้องมาเกาะแขนกันด้วยเนี่ย... “พี่ฮะ...ซื้อให้คีย์หน่อยนะ...”

ว่าแล้วเชียว!!!

“ที่ชวนพี่มานี่ชวนมาจ่ายเงินใช่ป่ะเนี่ย?” ผมแกล้งปั้นหน้าโหดใส่

“โหพี่อ่า...ทำไมคิดแบบนั้นล่ะ พี่มองคีย์แย่ขนาดนั้นเลยเหรอ?” อ่า...เริ่มไม่ดีแล้วครับ เบะปากทำท่าอย่างกับจะร้องไห้ซะอย่างนั้นน่ะ... “เออ วันหลังคีย์จะไม่ชวนพี่แล้วก็ได้” พูดจบก็สะบัดหน้าหนีไปอีกทาง

โอเค...ผมบอกตัวเองให้ใจเย็นๆ น้องก็แค่อาร์ท แค่เหวี่ยงเบาๆเท่านั้นเอง...

“พี่ยังไม่ได้ว่าคีย์สักคำเลยนะ...” สาบานได้ว่าไม่ได้อยากมาทะเลาะกับคีย์ที่นี่เลยจริงๆ

“ก็ที่พูดมาก็เหมือนว่านั่นแหละ...”

น้องชายผมขี้งอนและเอาแต่ใจขนาดนี้เพราะผมตามใจเขามากเกินไปหรือเปล่านะ? ผมเหมือนเป็นพี่ชายที่ไม่ดีเลย ทำให้น้องเสียคนแบบนี้ แต่ถ้าให้เลือกระหว่างเห็นคีย์หน้าบึ้งงอนป่องแบบนี้กับใบหน้ายิ้มแย้มของเขาตอนที่ได้ของที่ถูกใจ ผมก็ขอเลือกอันหลังดีกว่า คิดได้อย่างนั้นแล้วผมก็กระตุกข้อมือบางให้เดินไปที่เคาน์เตอร์จ่ายเงินด้วยกัน พอหันไปอีกทีก็เห็นคีย์ก้มหน้าพร้อมกับอมยิ้มบางๆ...พอแล้วครับจริงๆแค่นี้ ไม่ต้องการอะไรนอกจากเห็นรอยยิ้มของคีย์อีกแล้ว

สุดท้ายผมก็ต้องตามใจน้องจนได้ หลังจากซื้อเสื้อตัวนี้ไปแล้ว พอเดินไปร้านใหม่ก็บอกว่าอยากได้นู่นอยากได้นี่อีก แต่เหมือนเขาจะแค่แกล้งผมเล่นๆเท่านั้นแหละ เพราะหลังจากนั้นเขาก็ซื้อเองตลอด (ที่ซื้อเองนี่เป็นของกระจุกกระจิก เช่น ตุ้มหู กำไลข้อมือ สร้อย...อะไรประมาณนี้น่ะครับ) หลังจากที่เดินซื้อของกับน้องจนเหนื่อย...ชัดเจนเลยครับ จุดประสงค์ของทริปนี้คือการมาสนองนีทความต้องการชอปปิ้งของคิบอมชัดๆ นี่ถ้า(ผม)ไม่หมดตัวนี่คงไม่ได้กลับเกาหลีกันแน่ๆ

ดูท่าว่าคีย์จะยังไม่เหนื่อยกับการเดินเข้าๆออกๆร้านขายเสื้อผ้าเลยครับ เขายังคงส่งยิ้มไปให้หลายๆคนที่หันไปซุบซิบกันแล้วมองมาทางผมกับคีย์ด้วย ก่อนหน้านี้ยังจับมือกับแฟนคลับไปด้วยนะครับ คิดดูสิว่าอารมณ์ดีขนาดไหน หลังจากที่พักเหนื่อยกันที่ร้านกาแฟแล้ว คีย์ก็พาผมเดินต่อเลย คือผมยังไม่หายเหนื่อยเลยนะ...ฮือ

“พี่มานี่หน่อยดิ...” เรียกธรรมดาไม่ได้นะ ต้องกวักมือด้วย...คือผมนั่งเฝ้าถุงเสื้อผ้าที่คีย์ซื้อมาก่อนหน้านี้อยู่ไงครับ สุดท้ายผมก็เลยต้องหิ้วพวกมันไปวางไว้หน้าห้องลองเสื้อที่คีย์ยืนอยู่ข้างหน้าประตู... “เข้ามาด้วยกันหน่อย...”

“ทำไมล่ะ...กางเกงก็ใส่พอดีแล้วนี่” ผมว่ามันดูดีแล้วนะ...อ่า...ขาคีย์เรียวดีจัง เฮ้ย...แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นครับ แหะๆๆๆ

“อย่าถามมากน่า บอกให้เข้าก็เข้ามาสิ” มือบางจับข้อมือของผมเอาไว้ ก่อนจะดึงให้ผมเดินเข้าไปให้ห้องลองชุดด้วยกัน

“คือพี่ต้องเฝ้าของนะเนี่ย...” ผมหมายถึงบรรดาถุงเสื้อผ้าทั้งหลายที่คีย์ซื้อ(แต่ผมจ่าย)มาก่อนหน้านี้ ที่ตอนนี้วางอยู่หน้าห้อง ผมรู้ว่าเขาได้ยินที่ผมพูด แต่ก็ยังยืนส่งยิ้มกวนๆให้ผมอยู่อย่างนั้น เวลานี้ผมไม่เข้าใจเขาเลยจริงๆ คืออยู่ด้วยกันในห้องเล็กๆแบบนี้มันก็อึดอัดเหมือนกันนะ เขาไม่รู้สึกบ้างหรือยังไง...

“พี่...” คีย์เรียกพร้อมกับเอื้อมมือมาจับมือของผมเอาไว้ทั้งสองข้าง...จะมาไม้ไหนเนี่ย แต่ไม่ว่ายังไงผมก็รับมือได้ตลอดแหละ หึหึ

“ครับ?”

“ขอบคุณที่มาเป็นเพื่อนคีย์วันนี้นะ”

“ถ้าเป็นแค่เพื่อนคงไม่มาถึงนี่หรอก...ทงแดมุนก็พอแล้วมั้ง” ผมพูดจริงๆนะ...คือตั้งแต่เกิดมาเนี่ย ผมยังไม่เคยไปต่างประเทศกับเพื่อนเลย ก็ถ้าไม่ใช่คนในครอบครัวกับคนพิเศษจริงๆก็เที่ยวกันในประเทศเถอะ

“นั่นสิเนอะ...แต่พอดีคีย์ไม่ใช่พี่จงฮยอนนะ จะได้ไปซื้อของที่ทงแดมุนอ่ะ”

“โห แรงอ่ะ” เขาคงคิดถึงกระเป๋าสีเงินนั่นที่ผมซื้อเป็นของขวัญวันเกิดให้เขาอีกแน่ๆเลย ทีของอีกชิ้นอ่ะไม่เคยพูดถึงนะ

คีย์ยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะคลายมือที่จับกับมือของผมแล้วยกแขนขึ้นมาโอบรอบคอผมแทน แต่ก่อนที่จะได้มีเวลาตกใจหรือโวยวาย เด็กเอาแต่ใจก็ขโมยจูบผมไปเรียบร้อยแล้ว แต่ก็แค่จูบเบาๆเท่านั้นแหละครับ...

ว่าแต่...คิดจะตอบแทนผมแค่นี้ มันยังน้อยไปนะ...

“ออกไปได้แล้ว...” อ่าว...คิดจะผลักไสกันกลางอากาศแบบนี้เลย...รู้จักจงฮยอนมือปลาหมึกน้อยไปแล้วล่ะครับน้องคีย์...หึหึ...ผมอมยิ้มขำกับหน้าตาเหรอหราของเขา มือบางที่ลดลงมาวางไว้บนอกผมกำแน่นขึ้น เตรียมจะทุบผมล่ะสิไม่ว่า

จุ๊บ...

แต่ผมก็หยุดเขาได้นะ ; )

จะว่าผมเป็นคนใจร้ายก็ได้ที่ขโมยจูบคีย์แบบยาวนานจนแทบจะขาดใจกันทั้งคู่ ผมยอมรับผิดทุกกรณี...แต่ตอนนี้ผมเริ่มจะสงสารคนที่ยืนตัวสั่นอยู่ในอ้อมกอดของผมแล้วล่ะครับ แถมมือที่กำหมัดเตรียมจะทุบผมนี่ก็เหมือนเริ่มจะมีแรงขึ้นมาซะงั้น ทุบเอาๆเนี่ย...แต่เขาจะรู้มั๊ยว่ามันไม่ทำอะไรผมไม่ได้เลยน่ะ

“พี่จงฮยอน!!!” โวยวายจนได้นะคนเรา...ผมจึงต้องจุ๊ปากเป็นเชิงห้ามไม่ให้น้องเสียงดังไปมากกว่านี้ เดี๋ยวคนในร้านจะตกใจกันหมด แค่นี้เราก็อยู่ให้ห้องลองชุดกันนานมากแล้ว ผมมองคนที่เอาแต่ค้อนใส่ผมแล้วก็อดยิ้มออกมาไม่ได้...รอให้เขาเห็นหน้าตัวเองในกระจกก่อนเถอะ...แต่ตอนนี้ผมขอเผ่นก่อนล่ะ เดี๋ยวระเบิดลง

“งั้น...พี่ออกไปข้างนอกก่อนนะ...” ไม่รอให้เขาอนุญาตหรือในกรณีนี้อาจจะเป็นการขว้างปาอะไรสักอย่างใส่ผม ผมก็รีบเปิดล๊อคแล้วเดินออกมาจากห้องนั้นทันที  

“ไอ้พี่จงฮยอนบ้า ทำไมทำกับคีย์แบบนี้วะเนี่ย ไอ้บ้า!!!” เอ่อ ตะโกนซะลั่นร้านเชียว...ผมสาบานได้ว่าไม่ได้ตั้งใจทำให้น้องปากเจ่อจริงๆนะครับคุณ...แหะๆๆๆๆ

สักพัก...คีย์ก็เดินออกมาจากห้องลองชุดพร้อมกับหน้ากากอนามัยสีขาวที่ปิดหน้าไปกว่าครึ่ง ยังมาค้อนใส่ผมอีกแน่ะ แสบจริงๆเด็กคนนี้ พอผมหิวถุงทั้งหมดเดินตามน้องไปที่เคาน์เตอร์แล้ว เขาก็หันหน้ามามองแล้วกระตุกชายเสื้อของผมเบาๆ อ่า...ผมรู้สึกตัวเบาจนแทบจะลอยกลับเกาหลีโดยไม่ต้องพึ่งเครื่องบินได้แล้วล่ะครับคุณ...ฮือ...

พอเดินออกจากร้านเขาก็บอกผมว่าจะถือของเอง ผมก็ไม่ขัดข้อง ส่งของให้น้องถือเองทุกถุงเลย ตอนนี้ผมก็เลยได้เดินสบายๆบ้างแล้ว แอบหันไปมองคนที่เดินอยู่ข้างๆนิดหน่อย...หน้ายังแดงอยู่เลยแฮะ ผมคิดว่าเขารู้ตัวว่ากำลังถูกมองอยู่ แต่ทำเป็นไม่สนใจ...เฮ้อ มันน่าน้อยใจจริงๆ ทำไมมาเย็นชาใส่กันแบบนี้ล่ะ

“โกรธพี่เหรอคีย์?”

“แล้วมันน่าโกรธมั๊ยล่ะ...”

“งั้น...พี่ขอโทษแล้วกัน อยากได้อะไรอีกมั๊ย เดี๋ยวพี่ซื้อให้” ...คิดอะไรไม่ออกก็ต้องใช้มุกนี้แหละครับ เอิ่ม...คีย์ครับ ไม่ต้องทำตาเป็นประกายแบบนั้นก็ได้ คือมันทำให้พี่รู้สึกว่าน้องรักแค่เงินของพี่อ่ะ แง...

“จริงป่ะ? งั้นคีย์ไม่เกรงใจแล้วนะ...”

“แล้วคีย์เคยเกรงใจพี่ด้วยเหรอครับ หืม?” หมั่นไส้คนน่ารักอ่ะครับ...เฮ้อ แย่จัง ผมก็มักจะใจอ่อนง่ายๆกับเด็กคนนี้ซะด้วย เงินน่ะหาใหม่ได้ แต่แฟนใหม่นี่หาลำบากครับ...มีแฟนก็ต้องตามใจแฟนแล้วก็ต้องแบ่งกันใช้...จริงมั๊ยครับ? TTvTT

“คีย์ก็เกรงใจตลอดนะ...เฮ้ย อันนี้น่ารักอ่ะ...ซื้อให้หน่อยสิพี่”

นี่คือเกรงใจกันแล้วเนอะ...คิบอมอ่า TT_______TT

คิดไว้ไม่มีผิดเลยครับ...พอกลับมาถึงสนามบิน มีแฟนคลับมารอรับพวกเราสองคนด้วยล่ะ เฮ้อ...นึกว่าจะเป็นทริปที่ปลอดแฟนคลับแล้วเชียว แต่ก็ว่าพวกเขาไม่ได้หรอกนะครับ ทุกความเคลื่อนไหวของศิลปินในดวงใจคือเรื่องที่สำคัญของพวกเขาเสมอ ไม่ว่าพวกเราจะทำอะไร ไปที่ไหน แฟนคลับก็รู้ไปหมดเลย...บางครั้งผมก็อดทึ่งในความสามารถของแฟนๆไม่ได้เหมือนกันนะ บางงานที่ไม่ได้ลงในตารางงานก็ยังรู้และตามมาเก็บภาพกันได้...สุดยอดจริงๆครับ

 พี่คยองซิกมารอรับพวกผมอยู่ข้างนอกแล้ว พวกเราก็เดินออกมาพร้อมกับกลุ่มแฟนคลับนั่นแหละครับ วุ่นวายกันนิดหน่อย คีย์เลยเปิดประตูรถเข้าไปนั่งข้างคนขับก่อน สุดท้ายผมเลยต้องนั่งข้างหลังคนเดียว

พอกลับมาถึงหอ คีย์ก็ลากผมไปดูของที่ซื้อมาวันนี้...อืมม เยอะเหมือนกันนะเนี่ย ผมไม่ได้หมายถึงเสื้อผ้าที่คีย์ซื้อมานะครับ ผมหมายถึงเงินของผมที่ซื้อของให้คีย์ไปนั่นแหละ เหอะๆๆๆๆ แต่พอเห็นรอยยิ้มของเขาแล้วก็คิดว่าคุ้มกับเงินทุกวอนที่เสียไป...

“นี่...วันหลังจะทำอะไรก็บอกพี่ก่อนนะ บางทีพี่ก็เตรียมตัวไม่ทัน แบบวันนี้ไม่เอาแล้วนะคีย์” บอกตามตรงว่าผมไม่ชอบอะไรที่มันกะทันหันเกินไปจนไม่มีเวลาเตรียมตัวจริงๆนะ...

“อือ...คีย์ขอโทษแล้วกัน วันหลังจะบอกก่อนล่วงหน้า จะได้มีเวลาเตรียมเงินเนอะ ฮ่ะๆๆๆๆๆ” อืมม...ครับ...ผมมีค่ากับน้องแค่นี้จริงๆครับ : (

แต่สงสัยคีย์รู้ว่าผมแอบน้อยใจอยู่ เลยโถมตัวมากอดผมเอาไว้ซะแน่น... “ห้ามน้อยใจคีย์นะ...ยังไงคีย์ก็รักพี่จงฮยอนอยู่แล้ว รักมากด้วย ส่วนเงินน่ะเป็นประเด็นรอง...รู้งี้แล้วก็ห้ามคิดมากอีกนะพี่ เข้าใจป่ะ?”

“จุ๊บทีสิ เดี๋ยวหายคิดมากเลย...”

“เก็บไว้ก่อนนอนแล้วกัน ตอนนี้คีย์ขอไปอาบน้ำก่อน เหนื่อยมากเลย...” คีย์เอ่ยยิ้มๆ...

แต่ก่อนที่เขาจะลุกจากเตียงไป...นิ้วเรียวเกี่ยวคอเสื้อของผมไว้ ก่อนจะเลื่อนหน้าเข้ามาใกล้ แล้วมอบจูบเบาๆเป็นมัดจำให้ผมหนึ่งที เฮ้อ...ผู้ชายคนนี้ร้ายกาจจริงๆ...ผมว่าผมร้ายแล้วนะ ยังมีคนร้ายกว่าผมเสียอีก...ครับ ผมก็แพ้คิมคิบอมตลอดนั่นแหละ แต่อย่าให้ถึงทีผมบ้างก็แล้วกัน หึหึหึ

 

ก็ถึงแม้ว่าแฟนผมจะเอาแต่ใจ แต่ถ้าเขาน่ารักขนาดนี้ก็คงต้องยอมแหละครับ แหะๆๆๆ... ; )

<<จบ>>
 
Talk: สวัสดีค่ะ...แหะๆๆๆ แคทกลับมาแล้ว จริงๆก็ไม่ได้หายไปไหนหรอกค่ะ ก็อยู่ในโลกโซเชียลเนตเวิร์คไปวันๆนั่นแหละค่ะ พอดีนึกครึ้มใจอยากจะแต่งฟิคก็เลยออกมาเป็นเรื่องที่ทุกคนเพิ่งอ่านจบไปนั่นแหละค่ะ คือธีมเรื่องนี้ก็มาจากตอนที่สองคนนี้ไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยกันสองคนเมื่อไม่กี่วันก่อนนี้เองแหละค่ะ แหม...เราเองก็เห็นจงฮยอนกับคีย์อยู่ด้วยกันไม่ได้ ขอใส่ไฟ(?)สักหน่อยเถอะ อิอิ เรื่องมันก็เลยออกมาเป็นแบบนี้แหละค่ะ มันสั้นแบบนี้เป็นปกติสำหรับฟิคที่แต่งจากภาพและเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นจริง(?) อย่างที่แคทเคยเอาเสื้อคู่ไปผูกเป็นเรื่องนั่นแหละค่ะ...ฮ่าๆๆๆ
เอาเป็นว่า...ไว้จะพยายามเอาฟิคมาปล่อยในนี้บ่อยๆแล้วกันนะคะ สะดวกกว่าลงในบอร์ดแบบเบาๆน่ะค่ะ...
ไว้เจอกันโอกาสหน้าที่จงฮยอนกับคีย์ไปเดทกันใหม่นะคะ อิอิ (ฝันนนนนน(?))
ขอบคุณทุกคนที่หลงเข้ามาอ่านค่ะ...
ป.ล. คิดถึงชายนี่สุดพลัง...ฮืออออออออออ